Slow life in Hulhumalé, Maldives

23 ก.ค. 2560

จาก Don Mueang International Airport (DMK) กรุงเทพฯ ประเทศไทย
สู่ Velana International Airport (MLE) มาเล มัลดีฟส์
(เวลาที่มาเลช้ากว่ากรุงเทพ2ชั่วโมง ใช้เวลาบิน4ชั่วโมง)

ทริปนี้เราใช้บริการของ AirAsia ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ราคา 8,180 บาท

ลงเครื่องแล้วก็ต่อเรือกันเลย เราพักที่ Paradise Island ทั้งหมด3วัน นั่งเรือสปีดโบ๊ทมาประมาณ20นาที ก็ถึงเกาะที่พักแล้ววว คลื่นสูงมาก ฝนตกลมแรง แต่พอถึงแล้วฝนหยุดฟ้าเปิด น้ำทะเลเป็นสีฟ้า ใสมากกกก

เราพักห้อง Superior Beach Bungalow อยู่ริมชายหาด ราคาห้องพัก 550$ ต่อคืน รวมอาหารเช้า

เลิฟระเบียงอาบน้ำมาก คือมันเลิศ เก๋ๆ เล่นน้ำทะเลเสร็จก็มาอาบน้ำล้างตัวที่ระเบียง ชมนกชมไม้ แล้วก็มานอนแช่น้ำอุ่นๆในอ่าง ฟินเวอร์

ที่เกาะนี้มีกิจกรรมทางน้ำเยอะมาก แต่บางอย่างต้องเรียนก่อนถึงจะสามารถเล่นได้ ที่นี่เขาก็มีคอร์สเรียน ส่วนเราพายเรือฟรีค่ะ!! แล้วก็เช่า Snorkeling Mask มาดำน้ำตื้นหน้าหาด บางช่วงที่น้ำลึกมากเขาจะปักเสาไว้เตือนว่าห้ามไปค่ะ ค่าเช่า 15$ เสียดายเรายังไม่มี Gopro ไม่มีรูปใต้น้ำเลย แต่อยากบอกว่าใต้ทะเลที่มัลดีฟส์แค่น้ำตื้นๆเนี่ย ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ปะการังอุดมสมบูรณ์ เจอปลาหลายชนิดมาก มีทั้งปลาที่แปลกประหลาด สวยงาม ถ้าเราไปลึกกว่านี้ เราคงจะได้ดื่มด่ำกับมันมากกว่านี้ เราบังเอิญไปเจอตัวที่เหมือนงูด้วย สีเผือกๆ กลัวมากค่ะตอนนั้นมีอยู่คนเดียวในทะเล เลยรีบขึ้นมาอย่างไว555 ถ้ามีโอกาสจะกลับมาอีกแน่นอนค่ะ

My Breakfast & Dinner

วันที่ 4

จากเกาะส่วนตัว มายังเมือง Hulhumale เราอยู่ที่นี่ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2018 ซึ่งเป็นวันประกาศอิสรภาพครั้งที่ 58 ของมัลดีฟส์

เนื่องจากประชากรในเมืองนี้ยังมีไม่มากนัก ดูไม่วุ่นวาย เราเลยรู้สึกอินกับการใช้ชีวิตแบบสโลไลฟ์ในเมืองนี้ ตอนเย็นผู้คนจะออกมาจับจ่ายใช้สอยซื้อของที่ตลาด ซุปเปอร์มาเก็ต และห้าง บ้างก็ไปสวนสาธารณะ เข้าโบสถ์ บ้างไปร้านอาหาร หรือ บาร์ บ้างก็เดินเล่นนั่งเล่นริมชายหาด เด็กๆจับกลุ่มเล่นฟุตบอลระหว่างช่วงตึก


วันที่ 4 เราพักที่โรงแรม H78 ราคาห้องพัก $130 ต่อคืน รวมอาหารเช้า

โรงแรมถือว่าโอเคเลย อยู่ตรงหน้าหาดอากาศดีมาก สดชื่นนนนดีต่อใจจริงๆ จากโรงแรมไปร้านอาหาร ซุปเปอร์มาเก็ต ตลาด ไม่ไกลเท่าไหร่ เดินเล่นไปเรื่อยๆก็ถึงค่ะ

ถึงเวลาอาหารเย็น เราเดินมาที่Centro Mall ขึ้นมาชั้น4 ก็จะเจอกับร้าน The Manhattan Fish Market ถือว่าเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในทริปมัลดีฟส์ครั้งนี้ เพราะว่ามีรสจัด แซ่บกว่าทุกมื้อ แถมราคาไม่แพงอีกด้วย

กินอาหารมื้อเย็นเสร็จก็มาซื้อนมขนมตุนไว้ ที่ Red Wave เผื่อหิวกลางดึก ที่นี่เหมือน Big C Extra หรือ Lotus Express ที่ประเทศไทย แต่ใหญ่กว่า และมีของที่หลากหลายกว่า

และแล้ววันสุดท้ายของเราที่นี่ก็มาถึง ไม่อยากกลับเลย

รีบตื่นมาทานอาหารเช้ามื้อสุดท้าย ต่อด้วยปั่นจักรยานรอบเมืองคนเดียว ในเวลาจำกัดเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเพราะต้องเดินทางไปสนามบิน ที่โรงแรมมีจักรยานบริการลูกค้าที่มาพักที่นี่ ปั่นได้แค่หน้าหาดเท่านั้น ห้ามออกไปถนนใหญ่ แต่เรา…ออกสิคะ!!

Feels So Good 🙂

ศิลปะในเมืองบนเกาะนี้เยอะมาก ปั่นจักรยานเล่นและได้ชม Street Art ไปด้วยพร้อมๆกัน ยิ่งทำให้รู้สึกชอบเมืองนี้ขึ้นเรื่อยๆ หลงรักเมืองนี้จัง

ปั่นจักรยานมาจนมาถึงอีกถนน เราก็มาเจอสถานที่แห่งนี้ แวบแรกว้าวมาก คือที่ไหนเนี้ย ชอบมากกกกก เรารู้สึกดีใจมากที่แหกกฏของโรงแรม ที่เขาให้ปั่นแค่บริเวณหน้าหาดเท่านั้น จนทำให้ตัวเองได้มาเจอกับสถานที่สวยงามแห่งนี้

หลังจากชื่นชมวิวทิวทัศน์ได้ไม่นาน คุณแม่ก็โทรตามรีบให้กลับโดยด่วน เพราะรถที่จะมารับไปสนามบิน มารออยู่ที่หน้าโรงแรมแล้ว เรารีบปั่นกลับสุดชีวิต ทั้งตื่นเต้น กลัวจะโดนแม่ว่า555 ตอนนั้นขีดชีวิตพุ่งสูงปี๊ด ฝ่ากฎมาเจอความสวยงามความแปลกใหม่ที่ไม่ได้วางแผนอะไรมา และไม่คิดว่าจะเจอ ออกจากจุดเซฟโซนคนเดียว ปั่นจักรยานตากแดดไปไหนก็ไม่รู้ การเดินทางมันทำให้เรารู้สึกว่ามันชีวิตมีค่ามากขึ้น ประสบการณ์เหล่านี้เป็นสีสันชีวิตที่เราจะจดจำมันไว้ตลอดไป

ปล.ในรูปสวยไม่เท่าตาเห็น ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองที่ Hulhumale, Maldives แล้วคุณจะหลงรักเมืองนี้

Leave a comment

Design a site like this with WordPress.com
Get started
search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close